ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

การเงินในธุรกิจการเกษตร

เนื่องจากภาคเกษตรกรรมมีบทบาทที่สำคัญในภูมิภาคต่างๆที่เราดำเนินงานทั้งในแอฟริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่การเงินในธุรกิจการเกษตรจะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกลยุทธ์ในระดับโลกของเรา

มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของแรงงานในประเทศต่างๆทั่วทั้งแอฟริกาทำงานในภาคเกษตรกรรม แต่ภาคเกษตรกรรมนั้นมีมูลค่าเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของทั้งทวีป ซึ่งเกิดจากเหตุผลพื้นฐานสามประการ: การให้บริการที่ไม่เพียงพอเกี่ยวกับโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสม การขาดความเชี่ยวชาญในวิธีปฏิบัติด้านการเกษตรสมัยใหม่ และการไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับการพัฒนาเมล็ดพันธุ์และการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม ที่สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนั้น เรานำความรู้และความเข้าใจเฉพาะด้านที่สั่งสมมานานจากประเทศต่างๆที่เราดำเนินงานมาใช้สนับสนุนภาคการเกษตรของแอฟริกาและช่วยในการจัดการปัญหาที่ท้าทายเหล่านี้

เกษตรกรรายย่อยและเกษตรกรเพื่อการพาณิชย์ยังคงดิ้นรนต่อสู้ในการเข้าถึงแหล่งเงินที่พวกเขาจำเป็นต้องใช้ในการดำรงรักษาไว้ซึ่งปริมาณผลผลิตที่ยั่งยืนและมีผลิตภาพ เกษตรกรรายย่อยที่ต้องการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อวัตถุดิบต่างๆ เช่น เมล็ดพันธุ์และปุ๋ย บ่อยครั้งต้องกู้ยืมเงินโดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น อสังหาริมทรัพย์ซึ่งพวกเขาไม่มี ดังนั้น พวกเขาจึงไม่สามารถใส่ปุ๋ยในที่ดินของตนเองได้ และจำเป็นต้องใช้เมล็ดพันธุ์ที่เก็บไว้จากการเก็บเกี่ยวครั้งก่อนเพื่อปลูกพืชใหม่ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้มีคุณภาพต่ำและเสื่อมคุณภาพลงตามเวลาและเมื่อรวมเข้ากับการใช้ปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพและการใช้ยาฆ่าแมลงจึงส่งผลให้ผลผลิตลดลงและได้พืชผลที่มีคุณภาพต่ำ

แผนกการเงินธุรกิจการเกษตรแอฟริกาของธนาคารซึ่งดำเนินงานจากสำนักงานใหญ่ในโยฮันเนสเบิร์กในแอฟริกาใต้ มีบทบาทที่สำคัญในพอร์ตโฟลิโอการเงินในธุรกิจการเกษตรระดับภูมิภาคของธนาคารซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา พอร์ตโฟลิโอนี้ประกอบด้วยโซลูชันการเงินในธุรกิจการเกษตรแบบดั้งเดิมและแบบโครงสร้าง เนื่องจากวิธีการทำการกสิกรรมที่ล้าสมัย เกษตรกรในปัจจุบันสูญเสียพืชผลในพื้นที่เพาะปลูกเป็นปริมาณ 15 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ และยังสูญเสียอีก 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์หลังจากการเก็บเกี่ยวพืชผล ความสูญเสียเหล่านี้มักมีสาเหตุมาจากการขาดแคลนทักษะความรู้ในขั้นตอนการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว และการขายในวงจรการเกษตร

จากการดำเนินงานผ่านทางแผนกการเงินในธุรกิจการเกษตรแบบมีโครงสร้างของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดได้ให้การสนับสนุนทั้งเกษตรกรเพื่อการพาณิชย์และเกษตรกรรายย่อยทั่วทั้ง 13 ประเทศแอฟริกาที่เราเข้าไปดำเนินงาน ทั้งภาคกสิกรรมเพื่อการพาณิชย์และกสิกรรมรายย่อยแสดงให้เห็นว่าเป็นภาคส่วนเฉพาะที่มีศักยภาพการเติบโตและการพัฒนาอย่างเข้มแข็งในตนเอง ธนาคารใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันในรูปแบบดั้งเดิมคือทรัพย์สินทางกายภาพ (ที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และอื่นๆ) รวมทั้งใช้โมเดลการจัดหาเงินทุนสำหรับวัตถุดิบซึ่งเป็นโมเดลของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดโดยเฉพาะ

โมเดลการจัดหาเงินทุนสำหรับวัตถุดิบซึ่งเป็นโมเดลที่พัฒนาขึ้นใหม่แตกต่างจากโมเดลที่เคยมีมาในตลาดเนื่องจากจะใช้ผลิตผลทางการเกษตรของเกษตรกรเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ( ข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ข้าวและอื่นๆ) แทนการใช้สินทรัพย์ถาวรแบบดั้งเดิม ดังนั้นจึงเป็นการให้อำนาจแก่เกษตรกรโดยการเพิ่มศักยภาพการหาเงินทุนของพวกเขา รวมทั้งปลดภาระจำนองของสินทรัพย์ทางกายภาพเพื่อใช้ในการหาเงินทุนเพิ่มเติมด้วย นอกจากการให้คำปรึกษาและทักษะความรู้เกี่ยวกับการกสิกรรมที่ถูกต้องและแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว โมเดลดังกล่าวยังรวมกรมธรรม์ประกันภัยจากภัยหลายชนิดที่จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะในแต่ละกรณี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของเกษตรกรจากสภาพอากาศ ความเสี่ยงทางการเงิน และการระบาดของโรคต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกษตรกรขาดทุนจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว

ตัวอย่างของวิธีการจัดการของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ในการเพิ่มการเข้าถึงโมเดลการจัดหาเงินทุนสำหรับวัตถุดิบเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยนั้น คือการดำเนินการในแทนซาเนีย ในแทนซาเนีย ธนาคารใช้วิธีการแบบสหกรณ์ โดยเกษตรกรรายย่อยมากกว่า 75 รายภายในพื้นที่แห่งเดียวทำงานร่วมกันภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทโรงสีในพื้นที่เพื่อเข้าถึงพัฒนาการล่าสุดในเทคโนโลยีด้านเมล็ดพันธุ์ เครื่องจักรการเกษตร และความรู้ด้านเทคนิค โครงสร้างการให้ทุนสำหรับวัตถุดิบนี้ทำให้แก่เกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรงจากทรัพยากรกองกลางและผลิตข้าวได้ในปริมาณมากเพื่อการค้า รวมถึงการเข้าถึงทักษะความรู้ด้านการกสิกรรมเพื่อการค้า การกำหนดราคาเพื่อการค้า และในท้ายที่สุด ได้เพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว

ในแซมเบีย ธนาคารให้เงินทุนเพื่อการค้าที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงแก่ผู้ประกอบการค้ารายใหญ่ ซึ่งทำสัญญารับจ้างกับรัฐบาลในการนำเข้าปุ๋ยจากตะวันออกกลางและเอเชีย ภายใต้แผนการให้ความช่วยเหลือทางการเงินของรัฐบาล โปรแกรมนี้ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยมีปุ๋ยที่จำเป็นต้องใช้ในการเพาะปลูกพืชผลของตนเองและช่วยให้อุปทานอาหารในประเทศมีเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลว่าจ้างทีมงานซึ่งเป็นผู้จัดการจำนวน 100 คน ทำงานอยู่ในศูนย์ต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่ในจุดสำคัญ เพื่อตรวจสอบดูแลการแจกจ่าย ทั้งนี้คาดว่าโปรแกรมนี้จะเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรมากกว่า 250,000 รายที่มีที่ดินขนาดเล็กในการปลูกข้าวโพด โครงการนี้ไมเพียงแต่ช่วยให้เกิดการสร้างพลังทางเศรษฐกิจของเกษตรกรรายย่อยเหล่านี้ แต่ยังช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางด้านอาหารในแซมเบียอีกด้วย ผลผลิตที่สูงขึ้นจะช่วยให้แซมเบียส่งออกพืชผลของตนเองได้มากยิ่งขึ้นและเพิ่มสินทรัพย์เงินตราต่างประเทศด้วยเช่นเดียวกัน

เซียร์ราลีโอน ซึ่งเป็นประเทศที่ทนทุกข์กับประวัติศาสตร์อันยาวนานและแสนวุ่นวายจากความไม่สงบด้านการเงินและการเมือง เป็นประเทศที่มีรายชื่ออยู่ในลำดับสุดท้ายที่ได้รับเงินทุนและความช่วยเหลือทางการเกษตร จากการมีสาขาในประเทศนี้ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดได้สร้างโครงสร้างเพื่อให้ทุนในการนำเข้าและเก็บรักษาข้าวเป็นปริมาณมากซึ่งจากนั้นจะนำไปขายให้แก่พ่อค้าในพื้นที่ ในการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ธนาคารได้จ้างทีมงานบริหารหลักประกันที่มีประสบการณ์ซึ่งมีความเข้าใจในประเทศ รวมถึงภาคส่วนต่างๆและวัฒนธรรมทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ และสามารถบริหารจัดการการจัดส่งและการใช้เงินทุนให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการของธนาคารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะทั่วทั้งเอเชียและแอฟริกาช่วยให้สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดบริหารห่วงโซ่อุปทานได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ: จากแหล่งสินค้าในเอเชียจนกระทั่งถึงกลุ่มผู้ใช้สินค้าในเซียร์ราลีโอน โปรแกรมนี้เป็นตัวอย่างที่สำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ความรู้ความเชี่ยวชาญในระดับสากลของธนาคารร่วมกับการมีสาขาในพื้นที่นั้น ช่วยสร้างแนวทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตได้อย่างไร นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าธนาคารยังมีสถานะเหมาะสมที่จะสนับสนุนการค้าระหว่างแอฟริกาและเอเชียด้วย

เกษตรกรเพื่อการพาณิชย์จะมีข้อจำกัดทางการเงินที่แตกต่างออกไป พวกเขาต้องการโซลูชันทางการเงินที่จะช่วยให้พวกเขาลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงที่เหมาะสมกับธุรกิจขนาดใหญ่และสนับสนุนการค้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรระหว่างประเทศ โซลูชันเหล่านี้มักมีความซับซ้อนและเกษตรกรต้องดิ้นรนหาโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการทางการเงินเฉพาะของพวกเขา แนวทางของธนาคารเป็นแนวทางที่อาศัยโซลูชัน: เรามีทักษะความชำนาญที่จำเป็นต้องใช้ในการจัดทำโครงสร้างที่ช่วยให้ลูกค้าของเราได้ผลผลิตสูงสุดหรือส่งออกผลผลิตได้มากที่สุด ในขณะที่ได้ประโยชน์เต็มที่จากความก้าวหน้าทางเทคนิคล่าสุดและวิธีการต่างๆในเทคนิคการทำกสิกรรมที่ถูกต้อง

เราตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าของภาคกสิกรรมของภูมิภาคนั้นไม่ใช่งานที่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือด้านกลยุทธ์และด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้องระหว่างรัฐบาล, หน่วยงาน NGO และภาคเอกชนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายระยะยาวนี้ ตัวอย่างหนึ่งในกรณีนี้ได้แก่ ความร่วมมือของเรากับ German Development Bank (DEG) ซึ่งสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคู่ค้าอันดับแรกของ DEG ในการให้การสนับสนุนทางการเงินและหลักประกันมูลค่ากว่า 100 ล้าน€แก่ภาคเกษตรของทวีปแอฟริกาเป็นระยะเวลาสามปีนับจากนี้ โปรแกรมนี้มีชื่อว่า AgroAfrica และเมื่อพิจารณาถึงประวัติความสำเร็จของธนาคารในการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการเกษตรแบบมีโครงสร้างในภูมิภาคนั้น เราจะดำเนินงานร่วมกับ DEG เพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนแก่เกษตรกรและการพัฒนาด้านเกษตรกรรม AgroAfrica มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มระดับทักษะการกสิกรรมเพื่อการค้า พัฒนาการใช้เครื่องทุ่นแรงในฟาร์ม ใช้ประโยชน์จากที่ดินซึ่งเหมาะแก่การเพาะปลูกที่มีอยู่จำนวนมาก และในท้ายที่สุดคือการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานไม่เฉพาะในภูมิภาคแต่รวมถึงทั่วโลกด้วย

โครงสร้างแรกในการเป็นหุ้นส่วนนี้เริ่มนำมาใช้ในแอฟริกาใต้ โดยที่ German Development Bank จะรับประกันเงินจำนวน 20 ล้านยูโรของแผนการสนับสนุนทางการเงินด้านวัตถุดิบที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งจะขยายพื้นที่การเพาะปลูกของเกษตรกรปัจจุบันจาก 140,000 เฮกตาร์เป็น 300,000 เฮกตาร์ภายในสิ้นปี 2012 ทั้งนี้คาดว่าผลผลิตทางการเกษตรทั้งหมดจากพื้นที่เพาะปลูกที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีประมาณ 1.1 ล้านตันโดยประกอบด้วยข้าวสาลี ถั่วเหลือง และข้าวโพด ซึ่งหมายความว่าโปรแกรมนี้ช่วยตอบสนองต่ออุปสงค์ของแอฟริกาใต้ได้อย่างมีนัยสำคัญ โปรแกรมนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก และในขณะนี้ธนาคารกำลังคิดขยายแผนการสนับสนุนทางการเงินด้านวัตถุดิบที่คล้ายคลึงกันนี้ภายใต้โปรแกรม AgroAfrica ให้แก่นามิเบีย แซมเบีย และแคเมอรูน

ด้วยอนาคตที่ยาวไกลของภาคส่วนนี้ ธนาคารจึงนำมาตรฐานการบริหารจัดการที่เข้มงวดมาใช้ในการประเมินและการสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการเกษตรกรรมต่างๆ เกษตรกรต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับเกษตรกรรมและแรงงานในพื้นที่ และโครงการต่างๆต้องดำเนินการตามข้อตกลงร่วม Equator Principles รวมทั้งนำมาตรการป้องปรามที่เข้มงวดมาใช้กับพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้รับการรับรองตามอนุสัญญา Ramsar1

แอฟริกาจำเป็นต้องพัฒนาภาคเกษตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยีซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องใช้ทักษะและเครื่องทุ่นแรงที่จำเป็นเพื่อก้าวให้ทันกับจำนวนประชากรที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งจัดหาแหล่งอาหารเพิ่มเติมสำหรับประชากรทั่วโลกซึ่งคาดการณ์กันว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 6.7 พันล้านคนในปัจจุบันเป็นมากกว่า 9.2 พันล้านคนในปี 2050 การเติบโตของประชากรที่รวดเร็วนี้หมายความว่าประเทศ เช่น จีนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กลายเป็นผู้นำเข้าอาหารมากกว่าส่งออกไปแล้ว หากแอฟริกาได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนก็จะอยู่ในฐานะที่พร้อมให้ความช่วยเหลือต่อความต้องการอาหารนี้และสามารถเข้าครอบครองส่วนแบ่งทางการค้าทั่วโลกได้อย่างมาก

ในปัจจุบัน ภาคการเกษตรของแอฟริกายังไม่พร้อมและยังไม่สามารถมีบทบาทในระดับโลกเช่นว่านี้ได้ โดยผลผลิตข้าวโพดโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 300 ถึง 500 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์เท่านั้น ในขณะที่อเมริกาจะมีผลผลิตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2,500 กิโลกรัม ด้วยการทำงานร่วมกับรัฐบาลของประเทศต่างๆ, องค์กรพัฒนา และ NGO ในพื้นที่ ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เช่น สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด จะสามารถแสดงบทบาทที่ครอบคลุมในการให้ความมั่นคงทางด้านอาหารทั้งในทวีปและทั่วโลก

1
RAMSAR คือสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลที่ให้กรอบการดำเนินงานในระดับชาติและความร่วมมือระหว่างประเทศสำหรับการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุมน้ำและทรัพยากรภายในพื้นที่ดังกล่าวอย่างชาญฉลาด สนธิสัญญาดังกล่าวสร้างขึ้นในเมือง Ramsar ของอิหร่านในปี 1971 และมีผลบังคับใช้ในปี 1975 เป็นสนธิสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกเพียงฉบับเดียวที่ว่าด้วยระบบนิเวศระบบหนึ่งโดยเฉพาะ

เครื่องมือในการรายงาน

รายงานและบัญชีประจำปี 2009