ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

พลังงานทดแทนและการเงินด้านสิ่งแวดล้อม

ทีมงานพลังงานทดแทนและการเงินด้านสิ่งแวดล้อม (REEF) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะนั้น ให้ความตั้งใจและทุ่มเทกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เราเผชิญอยู่

REEF

ในปี 2008 ตลาดพลังงานทดแทนมีมูลค่ากว่า 155 พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ซึ่งคิดเป็นห้าเท่าของมูลค่าในปี 2004 โดยตลาดหลักๆของเราถือเป็นกลุ่มที่เติบโตสูงสุดในอุตสาหกรรม โดยข้อเท็จจริงแล้ว รายงานของทบวงพลังงานโลก (International Energy Agency) ระบุว่าตลาดหลักของเรามีศักยภาพที่จะพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์โดยคิดเป็นมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลกและมีศักยภาพที่จะพัฒนาพลังงานลมคิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก (ไม่นับรวมสหรัฐอเมริกา) โดยจีนและอินเดียอยู่ในห้าอันดับตลาดสูงสุดในปัจจุบัน

บทบาทของเราในฐานะผู้ดำเนินแนวทาง FEEF ระดับโลก ให้โอกาสที่สำคัญแก่เราในการสนับสนุนการพัฒนาของเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเปิดตลาดใหม่ๆ ทีมงาน REEF ของเราเน้นที่ภูมิศาสตร์หลักๆในแอฟริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง โดยการสนับสนุนทางการเงินด้านพลังงานทดแทน เทคโนโลยีสะอาด และสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการด้านการประหยัดพลังงาน คาร์บอน น้ำ และขยะ

จนถึงปัจจุบันนี้ เราได้ให้เงินทุนมากกว่า 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาทั่วทุกกลุ่มของตลาดพลังงานทดแทน

  • อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน
  • พลังงานความร้อนใต้พิภพ
  • โรงไฟฟ้าแบบมีน้ำไหลผ่านตลอดปี
  • พลังงานแสงอาทิตย์
  • การบำบัดน้ำเสีย
  • พลังงานลม
  • การขนส่ง

ทีมงาน REEF ทำงานร่วมกับสายงานสถาบันธนกิจ เช่น การเงินองค์กรและการเงินต้นทุน เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับสถาบันธนกิจให้กับผู้ที่มีบทบาททุกรายในตลาดพลังงานทดแทน รวมถึงผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ผลิตอุปกรณ์ และกองทุนความมั่นคงแห่งชาติ

ในปี 2010 ธุรกิจ REEF จะยังคงมุ่งเน้นที่ธุรกิจหลักเกี่ยวกับแสงอาทิตย์ ลม และน้ำในตลาดหลักของเรา สิ่งนี้จะทำให้มั่นใจว่าเรามุ่งไปสู่การให้สนับสนุนที่สำคัญมากที่สุดในการสร้างเศรษฐกิจที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ลำดับความสำคัญของเรารวมถึง:

  • ประเทศจีน การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและจากชีวมวล การผลิตชิ้นส่วนสำหรับพลังงานลมและแสงอาทิตย์ โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ การส่งไฟฟ้าผ่านสายไฟ และการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน
  • อินเดีย การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม การผลิตชิ้นส่วนสำหรับพลังงานลม โรงไฟฟ้าแบบมีน้ำไหลผ่านตลอดปี โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ การส่งไฟฟ้าผ่านสายไฟ และนิวเคลียร์
  • มาเลเซียและไทย: ชีวมวล เชื้อเพลิงชีวภาพ โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ
  • อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์: พลังงานความร้อนใต้พิภพ ชีวมวล เชื้อเพลิงชีวภาพ และโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ
  • ตะวันออกกลาง การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โฟโตโวลตาอิกและความร้อน) นิวเคลียร์ และน้ำ
  • แอฟริกา การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ น้ำ และเชื้อเพลิงชีวภาพ

ทีมงานของเรากำลังพิจารณาถึงโอกาสในการลงทุนการเปลี่ยนแปลงขยะให้เป็นพลังงาน พลังงานน้ำ นิวเคลียร์ ชีวมวล และความร้อนใต้พิภพ ซึ่งจะพิจารณาจากประวัติของเราจากข้อตกลงทางธุรกิจที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชน เช่น โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ SinAn 24 เมกะวัตต์ในเกาหลี โครงการโรงไฟฟ้าแบบมีน้ำไหลผ่านตลอดปี Bujagali 250 เมกะวัตต์ในยูกันดา และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ 114 เมกะวัตต์ในอินโดนีเซีย

ด้วยการทำธุรกิจของเราในเอเชีย แอฟริกาและตะวันออกกลางและความชำนาญหลักของเรา เรามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนให้เป็นเศรษฐกิจที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำ

การลงทุนเป็นหุ้นส่วนของการเงินต้นทุน

เราทำข้อตกลงการลงทุนในบริษัทเอกชนในภาคธุรกิจการเงินด้านสิ่งแวดล้อมจำนวนหนึ่งในปีนี้

เราได้ลงทุนเป็นเงินจำนวน 50 ล้านยูโรในกองทุนคาร์บอนของ Climate Change Capital รวมทั้งลงทุนใน Crystal and Standard Water ในประเทศจีน และเรายังพิสูจน์ถึงคำมั่นของเราต่อภาคธุรกิจน้ำด้วยการลงทุนในบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับน้ำในเกาหลี

ฝ่ายกองทุนบริษัทเอกชนของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดทำการลงทุนมูลค่ากว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาใน Environmental Facilities Management Corporation (EFMC) ซึ่งเป็นบริษัทสาขาที่เป็นเจ้าของโดย Kolon Group ทั้งหมด การลงทุนประกอบด้วยเงิน 32 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาในการซื้อหุ้น 40 เปอร์เซ็นต์และเงินทุนเพิ่มเติมจำนวน 8 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาเพื่อขยายธุรกิจบำบัดน้ำของบริษัท การดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยให้ EFMC ได้ประโยชน์จากการดำเนินงานในประเทศต่างๆของเราและสามารถขยายเข้าสู่ตลาดต่างๆ เช่น จีนและอินเดีย

ทีมงานด้านการเงินต้นทุนของเรามีความสนใจเป็นพิเศษในการลงทุนในธุรกิจชั้นนำที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนจากการลงทุนของเราในปี 2007 ในบริษัท Meiya Power ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนชั้นนำในเอเชียเหนือ และเป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าอิสระที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนที่ต่างชาติเป็นเจ้าของ จากพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดที่บริษัทผลิตได้หรือที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างจำนวน 4,697 เมกะวัตต์ นั้น 1,277 เมกะวัตต์มาจากพลังงานน้ำ 100 เมกะวัตต์มาจากพลังงานลม และ 996 เมกะวัตต์ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง การลงทุนมูลค่า 23.3 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาในบริษัททำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ของจีน Sangle Solar Energy ในปีนี้นั้นเป็นตัวอย่างเพิ่มเติมของแนวทางการลงทุนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

ข้อตกลงทางธุรกิจเหล่านี้จะสนับสนุนคำมั่นต่อ Clinton Global Initiative ในการให้การสนับสนุนทางการเงินจำนวน 8 ถึง 10 พันล้านเหรียญในโครงการพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีสะอาดทั่วโลก ในสิ้นปี 2009 มูลค่าโครงการทั้งหมดคือ 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาในด้านโครงการพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีสะอาด

การเป็นผู้นำทางความคิด REEF

จากพันธสัญญาในการสร้างความยั่งยืนและคำมั่นต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและน้ำที่เกี่ยวข้องซึ่งเราให้ไว้กับตลาดต่างๆที่เราเข้าไปดำเนินงาน ซึ่งเป็นพื้นที่อาศัยของ 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก และคิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ของการเติบโตด้านพลังงานที่คาดการณ์ไว้ และจะมีการเพิ่มขึ้นของ CO2 ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ (จนกระทั่งถึงปี 2030) อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่คาดการณ์ว่าจะมีการขาดแคลนน้ำเกิดขึ้น ทีมงาน REEF จึงมีบทบาทสำคัญในการนำและมีส่วนร่วมในโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและนโยบายด้านน้ำ ในปีนี้โครงการต่างๆประกอบด้วย:

คณะทำงาน Economics of Climate Adaptation Working Group:เราเป็นพันธมิตรกับองค์กรต่างๆรวมทั้งกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility) และคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อจัดทำแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่ยึดหลักข้อเท็จจริงซึ่งสามารถนำมาใช้โดยผู้มีอำนาจในการตัดสินใจในระดับประเทศและท้องถิ่นเพื่อสร้างความเข้าใจในผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่มีต่อเศรษฐกิจ และระบุชี้การดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบดังกล่าวโดยมีต้นทุนทางสังคมต่ำที่สุด รายงานเรื่อง Shaping Climate-Resilient Development ถูกแจกจ่ายแก่ผู้มีอำนาจตัดสินใจหลักก่อนการประชุมสุดยอดสหประชาชาติเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่กรุงโคเปนเฮเกนในเดือนธันวาคม

โครงการน้ำระดับโลกของบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC)-McKinsey: เราเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกำหนดแนวทางให้กับโครงการน้ำของ IFC-McKinsey ซึ่งนำเสนอรายงาน Charting our Water Future โครงการดังกล่าวจัดทำเครื่องมือที่ยึดหลักข้อเท็จจริงเพื่อช่วยผู้ถือผลประโยชน์ในการตัดสินใจลงทุนโดยมีข้อมูลสนับสนุน และยังพัฒนาขอบข่ายของนโยบายเพื่อช่วยให้เกิดการแปรรูปในภาคธุรกิจน้ำ

โครงการ Green Investing ของ World Economic Forum: Peter Gutman หัวหน้า REEF ระดับโลกทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้เชี่ยวชาญของโครงการ Green Investing ของ World Economic Forum ซึ่งมุ่งเป้าในการค้นหาวิธีต่างๆที่นักลงทุนชั้นนำของโลกสามารถมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Project Catalyst: Peter Gutman ทำหน้าที่ในคณะทำงาน Carbon Finance ให้กับโครงการ Project Catalyst ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน ClimateWorks Foundation Project Catalyst เริ่มดำเนินการในเดือนพฤษภาคม ปี 2008 โดยคัดสรรผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากทั่วโลกเพื่อทำการวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งเพื่อช่วยในการร่างข้อตกลงด้านสภาพอากาศในระดับสากล

โครงการ Greentech ในจีน: เราเป็นสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวที่ให้ความช่วยเหลือในโครงการ China Greentech ในจีน ซึ่งเป็นความร่วมมือจากบริษัท ผู้ประกอบการ นักลงทุน หน่วยงาน NGO และที่ปรึกษาด้านนโยบายมากกว่า 80 ราย ซึ่งมีเป้าหมายในการปรับปรุงความเข้าใจเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายในตลาดเทคโนโลยีสีเขียวในจีน

การลงทุนเป็นหุ้นส่วนในบริษัท Sangle Solar Energy

ฝ่ายกองทุนบริษัทเอกชนของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดทำข้อตกลงในการลงทุนจำนวน 22.3 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาในบริษัท Sangle Solar Energy ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศจีนในปีนี้

Sangle Solar มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดชานตงของประเทศจีน และดำเนินการพัฒนา ผลิต นำเข้าสู่ตลาด และจำหน่ายเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในบ้าน การดำเนินการดังกล่าวเป็นการตอบสนองต่อความต้องการน้ำร้อนที่ใช้ในบ้านแก่ประชากรในชนบทของประเทศจีนด้วยอุปกรณ์ที่มีราคาไม่แพง Sangle ได้ริเริ่มผลิตเครื่องทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์แบบดิจิตอล ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานควบคุมการปั๊มน้ำได้จากระยะไกลและปรับแรงดันรวมทั้งอุณหภูมิได้โดยสะดวก ในช่วงสามปีที่ผ่านมา Sangle ขยายการดำเนินงานออกไปทั่วประเทศโดยมีฐานการผลิตห้าแห่งในการจัดส่งให้เครือข่ายของผู้จัดจำหน่ายมากกว่า 10,000 รายทั่วทั้งประเทศ

Joe Stevens หัวหน้าฝ่ายการเงินต้นทุนของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเน้นให้เห็นว่าข้อตกลงทางธุรกิจดังกล่าวนี้ช่วยสนับสนุนแนวทางของเราไปสู่การเงินที่ยั่งยืนได้อย่างไร

"ข้อตกลงทางธุรกิจนี้แสดงให้เห็นถึงการลงทุนครั้งสำคัญในส่วนของผู้ถือหุ้นในภาคธุรกิจพลังงานทดแทนที่กำลังเติบโตในประเทศจีน การลงทุนครั้งนี้ยืนยันคำมั่นของเราต่อการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและบริษัทที่อนุรักษ์พลังงาน และเรามีความยินดีที่มีส่วนในการลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในประเทศจีนผ่านทางการลงทุนนี้ เราพร้อมเสมอที่จะค้นหาโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมในอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนต่ำในประเทศจีน"

ภาคธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ในจีนอยู่ในภาวะที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วในอีกสองสามปีข้างหน้านี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกฎหมายที่เอื้ออำนวยและที่สำคัญไปกว่านั้นคืออุปทานเครื่องทำน้ำร้อนในพื้นที่ชนบทที่ยังมีจำนวนไม่มาก ในการช่วย Sangle ขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศนั้น สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมีบทบาทในการตอบสนองต่อความต้องการของครอบครัวในชนบทในประเทศจีนและให้ความช่วยเหลือครอบครัวเหล่านี้ในการลดการพึ่งพาเครื่องทำน้ำร้อนที่มีราคาแพงมากกว่าและปล่อยก๊าซคาร์บอน เช่น เครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้พลังงานจากถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ

"การลงทุนใน Sangle แสดงให้เห็นว่าเราอยู่ในฐานะเหมาะสมที่จะทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมกับเปิดรับโอกาสใหม่ๆภายในตลาดหลักของเรา"

เครื่องมือในการรายงาน

รายงานและบัญชีประจำปี 2009