การรับมือกับปัญหาอาชญากรรมทางการเงิน

การฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มผู้ก่อการร้าย

อาชญากรฟอกเงินเพื่อปลอมแปลงและปกปิดเงินที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย กลุ่มผู้ก่อการร้ายปกปิดวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเงิน ในปี 2551 เราก้าวไปอีกขั้นของการแก้ปัญหาการฟอกเงินและการให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มผู้ก่อการร้าย เราได้นำข้อเสนอแนะที่ได้จากบทวิเคราะห์ที่จัดทำโดยอิสระในปี 2550 มาปฏิบัติ

กลยุทธ์

ในเดือนมิถุนายน 2551 เราได้กำหนดกลยุทธ์กลุ่มใหม่เพื่อจัดการความเสี่ยงของการฟอกเงิน และในปัจจุบัน เรากำลังนำกลยุทธ์ดังกล่าวมาใช้ในธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วย

  • หลักนโยบายที่ใช้กำหนดแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด
  • การประเมินความเสี่ยงเพื่อกำหนดจุดเป้าหมายและมุ่งเน้นความพยายามที่จุดเป้าหมาย
  • กลยุทธ์ระดับธุรกิจเพื่อเสริมระบบควบคุมในธุรกิจ

การรับมือกับปัญหาอาชญากรรมทางการเงินเป็นเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องพัฒนาวิธีแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาชญากรจะปรับใช้กลยุทธ์ใหม่ๆ ขณะที่ภาครัฐและสถาบันทางการเงินจะหาวิธีป้องกันใหม่ ๆ เราได้กำหนดมาตรฐาน AML ขั้นต่ำสำหรับธนาคารของเรา เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎระเบียบการป้องกันการฟอกเงินของสหราชอาณาจักรในปี 2550

การหลีกเลี่ยงการเปิดบัญชีให้กับอาชญากร

ในปี 2551 เราได้ออกแบบกระบวนการรับลูกค้าใหม่อีกครั้ง เราได้ปรับขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของลูกค้าใหม่สำหรับกลุ่มงานสถาบันธนกิจและบุคคลธนกิจ และนำขั้นตอนเฉพาะมาใช้กับบริการลูกค้ากลุ่มพิเศษของ สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด เราเชื่อว่าเราดำเนินวิธีการที่เหมาะสมในทุกธุรกิจของเราเพื่อให้ความสำคัญกับจุดที่มีความเสี่ยงสูงสุด

เพื่อสนับสนุนขั้นตอนข้างต้น เราได้ปรับปรุงระบบใหม่เพื่อระบุลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง เราใช้ระบบการตรวจสอบลูกค้าใหม่ทุกรายในขั้นต้นที่ทันสมัย และตรวจสอบฐานข้อมูลบัญชีทั้งหมดอีกครั้งอย่างสม่ำเสมอโดยเทียบกับรายชื่อผู้ที่อยู่ภายใต้มาตรการลงโทษทางการเงินระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ เรายังได้พิจารณาทบทวนวิธีประเมินความเสี่ยงและพัฒนาวิธีตรวจสอบความเสี่ยง AML ในแต่ละประเทศในรูปแบบใหม่ๆ เราดำเนินการให้มั่นใจว่าการวิเคราะห์ของเราเป็นอิสระ โดยเข้าเป็นสมาชิกของฐานข้อมูลภายนอกที่พัฒนาโดย Promontory Financial ซึ่งมีข้อมูลความเสี่ยงที่ทันสมัยสำหรับภูมิภาคต่างๆ และการจัดอันดับประเทศต่างๆ

การระบุการทำรายการที่น่าสงสัย

ระบบตรวจสอบการทำรายการ NORKOM จะวิเคราะห์การทำรายการเพื่อระบุรายการหรือรูปแบบ ที่น่าสงสัย ในปี 2551 เราได้นำระบบดังกล่าวนี้มาใช้ในประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรต เยอรมนี ญี่ปุ่น ไทย และจีน และในการดำเนินงานแบบผนวกรวมของ American Express Bank ในประเทศสหรัฐอเมริกา สิงค์โปร์ และฮ่องกง เราติดตั้งระบบ NORKOM ครอบคลุมตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเราใน 13 ประเทศ และเรากำลังใช้ระบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศกับ SC First Bank ในประเทศเกาหลี

ในอนาคต เราคาดหวังที่จะขยายการใช้งานระบบ Norkom เพิ่มมากขึ้น และเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบเพื่อรับมือกับภัยคุกคามของการฟอกเงินที่เปลี่ยนรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น

นอกจากนี้ เราได้ปรับปรุงและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจสอบการติดขัดของการชำระเงินระหว่างประเทศ ระบบดังกล่าวช่วยให้เราสามารถตรวจสอบและหลีกเลี่ยงการทำรายการที่ถูกห้ามโดยมาตรการลงโทษทางการเงินระหว่างประเทศ

การให้ความรู้แก่พนักงาน

เจ้าหน้าที่กำกับดูแลในทุกตลาดของเรา ได้รับการฝึกอบรมวิธีประเมินความเสี่ยงต่อการฟอกเงิน (AML) ทำให้มั่นใจได้ว่ามีการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดไปยังทุกตลาดของเรา ในปี 2552 เราจะดำเนินการฝึกอบรม AML ให้กับทั้งกลุ่มธนาคารโดยจัดทำหลักสูตรในหลายภาษา รวมถึงการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญในจุดที่มีความเสี่ยงสูงสุดในธุรกิจ เช่น การจัดการเงินสด บริการธนาคารสำหรับลูกค้ากลุ่มพิเศษ และการเงินเพื่อการค้า

ในปี 2552 เราจะใช้โปรแกรมภายในพัฒนาทักษะและเพิ่มความตระหนักถึงความเสี่ยง และให้การรับรองเจ้าหน้าที่ป้องกันการฟอกเงิน

รายงานกิจกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (SARS)

การควบคุมดูแลการทำธุรกรรม

ในระหว่างปี 2551 เราได้ทดสอบโปรแกรมในนิวยอร์กเพื่อจัดการกับสื่อทางเพศที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบการทำรายการและกระบวนการรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัย (SAR)

โปรแกรมที่ใช้ในระบบ Norkom จะคัดกรองและจัดเก็บข้อมูลที่น่าสงสัยที่เชื่อมโยงกับสื่อทางเพศที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กหรือการค้ามนุษย์ และเราจัดให้มีการฝึกอบรมขั้นสูงเพื่อตรวจสอบกรณีอืนๆ ที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมดังกล่าวทำให้เราตรวจพบและนำส่งรายงานอาชญากรรมสองฉบับ ไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ขณะนี้เรากำลังเริ่มนำโปรแกรมไปใช้ในประเทศอื่นๆ ที่ใช้ระบบ Norkom เราฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีก 41 รายโดยครอบคลุมตลาดนอกสหรัฐอเมริกา และจะเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่อีกในระหว่างปี

 

เรื่องเด่น

  • ริเริ่มจรรยาบรรณทางธุรกิจที่ได้รับการฟื้นฟูซึ่งรวมถึงการฝึกอบรมการต่อต้านการทุจริต
  • พนักงานจำนวน 12,000 คนสามารถคัดกรองบัญชีใหม่ได้
  • มขึ้นถึง 64 เปอร์เซ็นต์ของการฉ้อโกงทางอินเตอร์เน็ตที่ได้รับการสืบสวน